Tense

posted on 16 Jan 2009 22:33 by winwin-suan

 ครั้งนี้ได้เวลามีสาระซักที ผมจะมาพูดเกี่ยวกับTenseซึ่งเป็นเรื่องที่เราเรียนกันตั้งแต่ชั้นประถม เป็นไวยากรณ์ภาษาอังกฤษที่เป็นพื้นฐานของทุกเรื่อง ถ้าหากเราไม่เข้าใจแล้วจะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการเรียนภาษอังกฤษ ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญต่อTense

 

Tenseเชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่ามีกันทั้งหมด12Tenseด้วยกัน 

Present Simple Tense

โครงสร้าง : Subject + Verb 1 (s ) ( ประธาน + กริยาช่องที่ 1 ( s ) )

ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เป็นความจริงตลอดไปหรือเป็นความจริงตามธรรมชาติ

ใช้กับการกระทำที่กระทำอยู่จนเป็นนิสัย มักจะมีกลุ่มคำที่มีความหมายว่า เสมอๆ บ่อยๆ ทุกๆ อยู่ด้วย

ประโยค Present Simple Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

I go to school by car. (ฉันไปโรงเรียนโดยรถยนต์)

He walks to school. ( เขาเดินไปโรงเรียน )

You play football every day. ( คุณเล่นฟุตบอลทุกวัน)

ประโยค Present Simple Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Present Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ทำได้ด้วยการใช้ Verb to do มาช่วย

ตัวอย่าง :

I do not ( don’t ) go to school by car. ( ฉันไม่ไปโรงเรียนโดยรถยนต์ )

He does not ( doesn’t ) walk to school. ( เขาไม่เดินไปโรงเรียน )

You do not play football every day. ( คุณไม่เล่นฟุตบอลทุกวัน )

ประโยค Present Simple Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Present Simple Tense ให้มีความหมายเชิงคำถาม ทำได้ด้วยการนำ do หรือ does มาวางไว้หน้าประโยค และตอบด้วย Yes หรือ No

ตัวอย่าง :

Does he walk to school ? (เขาเดินไปโรงเรียนใช่หรือไม่ )

Do you play football every day ? ( คุณเล่นฟุตบอลทุกวันใช่หรือไม่ )

 

Present Progressive Tense

โครงสร้าง: Subject + is, am, are + Verb 1 ing. ( ประธาน + is, am, are + กริยาช่อง 1 เติม ing.)

ใช้กับการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด

ประโยค Present Progressive Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง

I am playing football. ( ฉัน กำลังเล่น ฟุตบอล )

They are watching TV. ( พวกเขากำลังดูโทรทัศน์)

ประโยค Present Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงปฏิเสธให้นำ not มาเติมหลัง Verb to be

ตัวอย่าง :

I am not playing football. ( ฉันไม่ได้ กำลังเล่น ฟุตบอล )

They are not ( aren’t ) watching TV. ( พวกเขาไม่ได้กำลังดูโทรทัศน์ )

ประโยค Present Progressive Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ Verb to be มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

 Are they studying English ? (พวกเขากำลังเรียนภาษาอังกฤษใช่หรือไม่ )

Am I playing football ? ( ฉัน กำลังเล่น ฟุตบอลใช่หรือไม่ )

หลักการใช้ Present Progressive Tense

 

Present Perfect Tense

โครงสร้าง : Subject + have , has + Verb 3( ประธาน + have , has + กริยาช่อง 3 )

ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นแล้วในอดีต และเหตุการณ์นั้นยังคงต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ประโยค Present Perfect Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

I have studied English for 5 years.( ฉันเรียนภาษาอังกฤษมา 5 ปีแล้ว )

He has lived in Bangkok since 1991.( เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 )

ประโยค Present Perfect Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง Verb to have

ตัวอย่าง :

I have not studied English for 5 years.( ฉันเรียนภาษาอังกฤษมาไม่ถึง 5 ปี )

He has not lived in Bangkok since 1991.( เขาไม่ได้อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 )

ประโยค Present Perfect Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ Verb to have มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Have you studied English for 5 years ?( คุณเรียนภาษาอังกฤษมา 5 ปีแล้วใช่หรือไม่ )

Has he lived in Bangkok since 1991 ?( เขาอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ใช่หรือไม่ )

 

Present Perfect Progressive Tense

โครงสร้าง : Subject + have , has + been + Verb 1 ing( ประธาน + have , has + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )

ใช้กับการกระทำหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน และจะดำเนินต่อไปอีกในอนาคต

ประโยค Present Perfect Progressive Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

He has been speaking for 3 hours. ( เขาพูดมา 3 ชั่วโมงแล้ว )

They have been playing football for 2 hours. ( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมา 2 ชั่วโมงแล้ว )

ประโยค Present Perfect Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Progressive Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง Verb to have

ตัวอย่าง :

He has not been speaking for 3 hours. ( เขาพูดมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )

They have not been playing football for 2 hours.( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาไม่ถึง 2 ชั่วโมง )

ประโยค Present Perfect Progressive Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Present Perfect Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ Verb to have มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Has he been speaking for 3 hours ?( เขาพูดมาตลอด 3 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )

Have they been playing football for 2 hours ? ( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาตลอด 2 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )

 

Past Simple Tense

ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นและจบลงไปแล้วในอดีต

โครงสร้าง : Subject + Verb 2( ประธาน + กริยาช่องที่ 2 )

ประโยค Past Simple Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

He walked to school yesterday. ( เขาเดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )

They played volleyball last week. ( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )

ประโยค Past Simple Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธ ทำได้ด้วยการใช้ Verb to do

ช่องที่ 2 คือ did มาช่วย และเติม not ข้างหลัง

ตัวอย่าง :

He did not ( didn’t ) walk to school yesterday. ( เขาไม่ได้เดินมาโรงเรียนเมื่อวานนี้ )

They did not play volleyball last week. ( เขาทั้งหลายไม่ได้เล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้ว )

ประโยค Past Simple Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยคใน Past Simple Tense ให้มีความหมายเชิงคำถาม ทำได้ด้วยการนำ did มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Did he walk to school yesterday ?( เมื่อวานนี้เขาเดินมาโรงเรียนใช่หรือไม่ )

Did they play volleyball last week ?( เขาทั้งหลายเล่นวอลเลย์บอลสัปดาห์ที่แล้วใช่หรือไม่ )

 

Past Progressive Tense

โครงสร้าง: Subject + was , were + Verb 1 ing( ประธาน + was , were + กริยาช่องที่ 1 เติม ing )

ใช้กับเหตุการณ์ทีกำลังเกิดขึ้น ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตตามที่ระบุไว้อย่างชัดเจน เช่น

ประโยค Past Progressive Tense เชิงบอกเล่า

 ตัวอย่าง :

I was playing football at 4 pm. yesterday.( ฉันกำลังเล่นฟุตบอลตอน 4 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )

She was watching TV at 6 pm. yesterday. ( หล่อนกำลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )

They were studying English at 9 am. yesterday.( เขาทั้งหลายกำลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าเมื่อวานนี้ )

 ประโยค Past Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Progressive Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้นำ notมาเติมหลัง Verb to be

ตัวอย่าง :

I was not ( wasn’t ) playing football at 4 pm. yesterday.( ฉันกำลังเล่นฟุตบอลตอน 4 โมงเย็นวานนี้ )

She was not watching TV at 6 pm. yesterday.( หล่อนกำลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นเมื่อวานนี้ )

They were not (weren’t ) studying English at 9 am. yesterday.( เขาทั้งหลายกำลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าเมื่อวานนี้ )

ประโยค Past Progressive Tense เชิงคำถามและการตอบ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ Verb to be มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Was she watching TV at 6 pm. yesterday ?( หล่อนกำลังดูโทรทัศน์ตอน 6 โมงเย็นวานนี้ใช่หรือไม่ )

Were they studying English at 9 am. yesterday (เขาทั้งหลายกำลังเรียนภาษาอังกฤษตอน 9 โมงเช้าวานนี้ใช่หรือไม่ )

 

Past Perfect Tense

โครงสร้าง : Subject + had + verb 3( ประธาน + had + กริยาช่อง 3 )

ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีตและสิ้นสุดลงไปแล้วทั้ง 2 เหตุการณ์

เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Past Perfect Tense

เหตุการณ์ใดเกิดหลังใช้ Past Simple Tense

ประโยค Past Perfect Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

He had gone. ( เขาได้ไปแล้ว )

She had studied Thai. ( หล่อนได้เรียนภาษาไทย )

ประโยค Past Perfect Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง Verb to have

ตัวอย่าง :

He had not (hadn’t ) gone. ( เขายังไม่ได้ไป )

She had not studied Thai. ( หล่อนยังไม่ได้เรียนภาษาไทย )

ประโยค Past Perfect Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงคำถามให้นำ Verb to have

มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Had he gone ? ( เขาได้ไปแล้วใช่หรือไม่ )

Had she studied Thai ? ( หล่อนได้เรียนภาษาไทยแล้วใช่หรือไม่ )

 

Past Perfect Progressive Tense

โครงสร้าง : Subject + had + been + Verb 1 ing( ประธาน + had + been + กริยาช่อง 1 เติม ing )

ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำ 2 อย่างที่เกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอดีตและสิ้นสุดลงไปแล้วทั้ง 2 เหตุการณ์

เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Past Perfect Progressive Tense

เหตุการณ์ใดเกิดหลังใช้ Past Simple Tense

ประโยค Past Perfect Progressive Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

They had been playing football for three hours.( เขาทั้งหลายได้เล่นฟุตบอลโดยไม่หยุดมา3 ชั่วโมงแล้ว )

It had been raining for five hours.( ฝนได้ตกโดยไม่หยุดมาเป็นเวลา 5 ชั่วโมงแล้ว )

ประโยค Past Perfect Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Progressive Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not

หลัง Verb to have

ตัวอย่าง :

They had not ( hadn’t ) been playing football for three hours.( เขาทั้งหลายเล่นฟุตบอลมาไม่ถึง 3 ชั่วโมง )

It had not been raining for five hours.( ฝนตกมาไม่ถึง 5 ชั่วโมง )

ประโยค Past Perfect Progressive Tense เชิงเชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Past Perfect Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถาม

ให้นำ Verb to have มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Has they been playing football for three hours ?( เขาทั้งหลายได้เล่นฟุตบอลมาตลอด 3 ชั่วโมงใช่หรือไม่ )

Had it been raining for five hours ?( ฝนตกโดยไม่หยุดมาเป็นเวลา 5 ชั่วโมงแล้วใช่หรือไม่ )

 

Future Simple Tense

โครงสร้าง : Subject + will, shall + verb 1( ประธาน + will , shall + กริยาช่อง 1 )

ใช้กับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ประโยค Future Simple Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

I shall go to Chiang mai tomorrow. ( ฉันจะไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ )

She will study Spanish next week. ( หล่อนจะเรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้า )

ประโยค Future Simple Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Simple Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง will หรือ shall

ตัวอย่าง :

I shall not ( shan’t ) go to Chiang mai tomorrow. ( ฉันจะไม่ไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ )

She will not ( won’t ) study Spanish next week. ( หล่อนจะไม่เรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้า )

ประโยค Future Simple Tense เชิงเชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Simple Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ will หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Shall you go to Chiang mai tomorrow ? ( คุณจะไปเชียงใหม่วันพรุ่งนี้ใช่หรือไม่ )

Will she study Spanish next week ? ( หล่อนจะเรียนภาษาสเปนสัปดาห์หน้าใช่หรือไม่ )

 

Future Progressive Tense

โครงสร้าง : Subject + will ,shall + be + verb 1. ing( ประธาน + will ,shall + be + กริยาช่อง 1 เติม ing )

ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นก่อนหลังกันในอนาคต

เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Future Progressive Tense

เหตุการณ์ใดเกิดทีหลังใช้ Present Simple Tense

ประโยค Future Progressive Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

She will be playing tennis.( หล่อนจะกำลังเล่นเทนนิสอยู่ )

They will be cooking.( เขาทั้งหลายจะกำลังทำอาหารอยู่ )

ประโยค Future Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Progressive Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง will หรือ shall

ตัวอย่าง :

She will not ( won’t ) be playing tennis.( หล่อนจะไม่กำลังเล่นเทนนิสอยู่ )

They will not ( won’t ) be cooking.( เขาทั้งหลายจะไม่กำลังทำอาหารอยู่ )

ประโยค Future Progressive Tense เชิงเชิงคำถามและการตอบ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ will หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Will she be playing tennis ?( หล่อนจะกำลังเล่นเทนนิสอยู่ใช่หรือไม่ )

Will they be cooking ?( เขาทั้งหลายจะกำลังทำอาหารอยู่ใช่หรือไม่ )

 

Future Perfect Tense

โครงสร้าง : Subject + will ,shall + have + verb 3 ( ประธาน + will ,shall + have + กริยาช่อง 3 )

ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันในอนาคต

เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Future Perfect Tense

เหตุการณ์ใดเกิดทีหลังใช้ Present Simple Tense

ประโยค Future Perfect Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

She will have gone.( หล่อนคงจะไปแล้ว )

They will have cooked.( เขาทั้งหลายคงจะทำอาหารแล้ว )

ประโยค Future Perfect Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not หลัง will หรือ shall

ตัวอย่าง :

She will not ( won’t ) have gone.( หล่อนคงจะไม่ไปแล้ว )

They will not have cooked.( เขาทั้งหลายคงจะไม่ทำอาหารแล้ว )

ประโยค Future Perfect Tense เชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ will หรือ shall มาวางไว้หน้าประโยค

ตัวอย่าง :

Will she have gone ?( หล่อนคงจะไปแล้ว ใช่หรือไม่ )

Will they have cooked ?( เขาทั้งหลายคงจะทำอาหารแล้วใช่หรือไม่ )

 

Future Perfect Progressive Tense

โครงสร้าง : Subject + will, shall + have + been + verb 1. ing (ประธาน+ will shall +have +been + กริยาช่อง 1 เติม ing )

ใช้กับเหตุการณ์ 2 อย่างที่จะเกิดขึ้นก่อนหลังกันในอนาคตแต่เน้นความต่อเนื่องของการกระทำ

เหตุการณ์ใดเกิดก่อนใช้ Future Perfect Progressive Tense

เหตุการณ์ใดเกิดทีหลังใช้ Present Simple Tense

ประโยค Future Perfect Progressive Tense เชิงบอกเล่า

ตัวอย่าง :

She will have been playing tennis.( หล่อนคงจะเล่นเทนนิสอยู่ )

They will have been cooking.( เขาทั้งหลายคงจะทำอาหารอยู่ )

ประโยค Future Perfect Progressive Tense เชิงปฏิเสธ

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Progressive Tense ให้มีความหมายเชิงปฏิเสธให้เติม not+ หลัง will หรือ shall

ตัวอย่าง :

She will not ( won’t ) have been playing tennis.( หล่อนคงจะไม่เล่นเทนนิสอยู่ )

They will not have been cooking.( เขาทั้งหลายคงจะไม่ทำอาหารอยู่ )

ประโยค Future Perfect Progressive Tense เชิงเชิงคำถาม

เมื่อต้องการแต่งประโยค Future Perfect Progressive Tense ให้มีความหมาย เชิงคำถามให้นำ will

หรือ shall มาวางไว้หน้าประโ ยค

ตัวอย่าง :

Will she have been playing tennis ?( หล่อนคงจะเล่นเทนนิสอยู่ใช่หรือไม่ )

Will they have been cooking ?( เขาทั้งหลายคงจะทำอาหารอยู่ใช่หรือไม่ )

 

ขอให้เรียนภาษาอังกฤษอย่างมีความสุข

 

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

english is fun! big smile

#1 By xteenn on 2009-01-17 15:05